เสาร์. ต.ค. 24th, 2020

5 เหตุผลที่ทำ “อเล็กซิส ซานเชซ” ไม่ได้ไปต่อกับ “แมนฯยูไนเต็ด”

1 min read
5 เหตุผลที่ทำ "อเล็กซิส ซานเชซ" ไม่ได้ไปต่อกับ "แมนฯยูไนเต็ด"

5 เหตุผลที่ทำ “อเล็กซิส ซานเชซ” ไม่ได้ไปต่อกับ “แมนฯยูไนเต็ด”

5 เหตุผลที่ทำ “อเล็กซิส ซานเชซ” ไม่ได้ไปต่อกับ “แมนฯยูไนเต็ด” ค่าเหนื่อยแพง? หรือ เข้ากับเพื่อนร่วมทีมไม่ได้? วันนี้เรามีคำตอบ ซานเชซ กับเหตุผลที่ไม่ได้ไปต่อ ในสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

อเล็กซิส ซานเชซ สิ้นสุดฝันร้ายกับการเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เรียบร้อยแล้ว หลังนักเตะย้ายไปเล่นให้กับ “ทีมงูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน แบบถาวรเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ทำให้ตอนนี้ เขาจะได้โอกาสในการลงสนามอย่างต่อเนื่อง และได้เรียกความมั่นใจในการเล่นฟุตบอลกลับมาอีกครั้งหนึ่ง

หัวหอกชาวชิลี วัย 31 ปี ใช้เวลาเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมากับการเล่นแบบยืมตัวในถิ่นจูเซ็ปเป้ เมอัซซ่า และทำผลงานถูกใจกุนซืออันโตนิโอ คอนเต้ เป็นอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ทำให้เขาสะกิดบอร์ดบริหารให้พยายามดึงตัว ซานเชซ มาเสริมแกร่งในช่วงซัมเมอร์นี้ให้ได้

สำหรับ คอนเต้ แล้วเขาเชื่อมั่นว่า ซานเชซ ยังเป็นนักเตะที่มีศักยภาพ และมีอนาคตกับทัพ “เนรัซซูรี่” ด้วยเหตุนี้ทำให้เขาอยากจะได้ อดีตสตาร์อาร์เซน่อล และ บาร์เซโลน่า มาอยู่ในแผนการสร้างทีมเพื่อโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในฤดูกาลหน้า

ขณะเดียวกันหลายคนก็คงตั้งคำถามว่าทำไม ซานเชซ ถึงทำผลงานไม่ได้เมื่อสวมชุด “เร้ด เดวิลส์” แล้วมีปัจจัยอะไรที่ส่งผลให้ฟอร์มของเขาสวนทางกับตอนที่เล่นให้ อาร์เซน่อล และ บาร์เซโลน่า 

1. อาการบาดเจ็บ 

ซานเชซ ต้องพบกับความยากลำบากจากปัญหาอาการบาดเจ็บรุมเร้าซึ่งเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่อยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และนั่นทำให้เขาไม่สามารถเรียกจังหวะการเล่นชั้นยอดเหมือนที่เคยเอาไว้กับ อาร์เซน่อล และ บาร์เซโลน่า

 ต้องยอมรับว่า ซานเชซ ประสบปัญหาบาดเจ็บบ่อย ๆ จนทำให้พัฒนาการในการเล่นของเขากับทัพ “ปีศาจแดง” ไม่เข้ารูปเข้ารอย โดยนักเตะไม่ได้ลงเล่นถึง 8 เกมตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ปี 2018 เนื่องจากได้รับบาดเจ็บที่เอ็นกล้อมเนื้อต้นขา 

 วิบากกรรมของ สตาร์ชาวชิลี ยังไม่หมดแค่นั้นเมื่อเขาต้องพลาดลงเล่นอีก 8 เกมในเดือนมีนาคม-เมษายน เนื่องจากมีปัญหาอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าในปีถัดมา และเจ้าตัวยังมีปัญหาบาดเจ็บต้นขา และข้อเท้า หลายๆ ต่อหลายครั้ง โดยตลอดซีซั่น 2018/2019 นักเตะโดนปัญหาเหล่านี้เข้ามาแทรกตลอด ทำให้นักเตะไม่สามารถเอาชนะใจสาวก “เร้ด อาร์มี่” ได้เลย 

2. แบกรับความคาดหวังสูง

 แม้ว่าในกรณีนี้จะไปโทษ ซานเชซ ซะทีเดียวก็ไม่ได้ แต่จากการที่นักเตะถูกคาดหวังเอาไว้สูงมากๆ ตอนที่ย้ายมาสวมชุด “เร้ด เดวิลส์” พร้อมกับได้รับค่าเหนื่อยมหาศาล ทำให้ทุกๆ คนอยากเห็น ดาวเตะชาวชิลี ระเบิดฟอร์มเหมือนที่เขาเคยทำเอาไว้กับ อาร์เซน่อล และ บาร์ซ่า

    ย้อนไปในวันเปิดตัวที่สุดแสนเท่ของนักเตะ ที่นั่งเล่นเปียโนพร้อมกับสวมเสื้อหมายเลข 7 ซึ่งเป็นเบอร์ที่เหล่าตำนานของสโมสรใส่ แน่นอนว่านั่นเป็นการแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ซานเชซ เป็นการเซ็นสัญญาที่สำคัญมากๆ ของแมนฯ ยูไนเต็ด แต่กลายเป็นว่าทุกอย่างกลับตาลปัตร

 เอ็ด วู้ดเวิร์ด รองประธานบริหาร “ปีศาจแดง” แสดงทัศนะเกี่ยวกับ ซานเชซ ตอนที่ได้นักเตะมาร่วมทีมว่า มันเป็นการโพสต์ที่สุดยิ่งใหญ่สำหรับ ยูไนเต็ด ในอินสตาแกรมที่มีพูดคนกว่า 2 ล้านเข้ามากดไลค์ และแสดงความเห็น รวมทั้งยังมีการแชร์ผ่านเฟซบุ๊ค ยูไนเต็ด มากที่สุดในประวัติการณ์ นอกจากนี้ยังมีการรีทวิตโพสต์นี้มากที่สุด และ #Alexis7 ยังเป็นหัวข้อขึ้นอันดับ 1 ในทวิตเตอร์ทั่วโลกด้วย

    ฉะนั้นจึงไม่แปลกเลยที่ ซานเชซ ต้องตกอยู่ภายใต้แรงกดดัน จนนำไปสู่ฟอร์มการเล่นที่ย่ำแย่อย่างที่เห็นในช่วงที่ผ่านมา

3. เข้ากับพื่อนร่วมทีมไม่ได้

 สิ่งหนึ่งที่ ซานเชซ สามารถควบคุมได้นั่นก็คือการสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมทีม อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เจ้าตัวก็ทำไม่สำเร็จ ส่งผลให้เขาไม่สามารถปรับตัวกับชีวิตในเมืองแมนเชสเตอร์ หรือกับเพื่อนๆ ร่วมอาชีพใน “โรงละครแห่งความฝัน”

    เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ซานเชซ ซัดไป 4 ประตูให้กับ ชิลี และตะบันตาข่ายคู่แข่ง 2 ประตูให้กับ “ปีศาจแดง” โดยลงสนามไปทั้งหมด 27 เกมให้กับต้นสังกัดและอีก 10 แมตช์ให้กับประเทศชาติ ต้องบอกเลยว่านี่คือสถิติการยิงประตูที่ย่ำแย่สุดๆ ของ ซานเชซ เลยก็ว่าได้

    เรย์นัลโด้ รวยด้า  เทรนเนอร์ทีมชาติชิลี แสดงความเห็นเอาไว้เมื่อปีที่แล้วเกี่ยวกับสถานการณ์ของ ซานเชซ ว่า “มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะอธิบายได้ แต่ อเล็กซิส อยู่ที่นี่ (ทีมชาติ) และแสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทอย่างเต็มที่ บางทีที่ แมนเชสเตอร์ เขาไม่ได้ผูกสัมผัสกับเพื่อนร่วมทีม ซึ่งสิ่งนี้ส่งผลกระทบจริงๆ”

    ดังนั้นการที่ ซานเชซ ไม่สามารถเข้ากับเพื่อนร่วมทัพ “ผีแดง” ได้ไม่ว่าจะในหรือนอกสนาม เป็นจุดสำคัญที่ทำให้เขาพบกับความล้มเหลวที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

4. ความเหนื่อยล้า

  หนึ่งในเหตุผลที่อาจนำ ซานเชซ พบกับอาการบาดเจ็บอย่างต่อเนื่อง นั้่นก็คือการลงสนามหลายแมตช์ก่อนที่จะย้ายมาเล่นกับ แมนฯ ยูไนเต็ด เพราะสิ่งเหล่านี้ถือเป็นอาการสะสมมานาน จนกระทั่งมาโป๊ะแตกเมื่อย้ายมาเล่นให้กับ “ปีศาจแดง”

    ลองย้อนกลับไปในช่วงเวลาดังกล่าว ซานเชซ มีส่วนกับการเล่นให้กับทีมชาติชิลี ในทุกๆ ซัมเมอร์ตั้งแต่ปี 2014 รวมทั้งการลงสนามในศึกฟุตบอลโลก 2 สมัย, เกมคอนเฟดเดเรชั่น คัพ และ โคปา อเมริกา 3 สมัย ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ค่อยๆ สะสมเข้ามาสู่ร่างกายของนักเตะเรื่อยๆ

   แน่นอนว่ามันมีความเป็นได้สูงที่ ซานเชซ ต้องประสบกับความยากลำบากจากอาการเหนื่อยล้าในช่วงเวลาที่อยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด และทำให้เขาไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้ รวมไปถึงการที่ร่างกายกรำศึกหนักมานาน ยิ่งทำให้โอกาสได้รับบาดเจ็บสูงด้วย 

5. ผ่านจุดพีคในการเล่นมาแล้ว?

  บางที อเล็กซิส ซานเชซ อาจจะก้าวไปถึงจุดสูงสุดในการค้าแข้ง ก่อนที่จะตัดสินใจย้ายมาเล่นให้กับ สโมสรเจ้าของแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี 20 สมัย ตอนที่นักเตะสลัดน้ำหมึกเซ็นสัญญาในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะรอบ 2 เดือนมกราคมปี 2018 

    ในช่วงอาชีพของนักเตะต้องบอกว่าเขาทำผลงานได้ดีเยี่ยมมากๆ โดยเฉพาะในฤดูกาล 2016/2017 ที่เล่นให้กับ อาร์เซน่อล เจ้าตัวงัดฟอร์มถล่มประตูด้วยการซัดไปถึง 30 ประตู จากการลงสนามให้กับ “ไอ้ปืนใหญ่” จำนวน 51 แมตช์จากทุกรายการ 

ขณะที่ในช่วงต้นซีซั่นถัดมา ซานเชซ เริ่มฟอร์มฝืดอย่างต่อเนื่องเมื่อยิงได้แค่ 7 ประตูกับ 3 แอสซิสต์เท่านั้น ก่อนที่เขาจะเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า และเดินทางไปเล่นให้กับ “ปีศาจแดง” ด้วยการย้ายสลับขั้วกับ เฮนริค มคิทาร์ยาน ในช่วงปีใหม่

สำหรับตอนนี้คงเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากๆ กับการได้เห็น ซานเชซ ค้าแข้งให้กับ อินเตอร์ มิลาน แบบถาวร และนักเตะจะสามารถงัดฟอร์มเก่งกลับมาอยู่ในระดับที่เขาเคยทำได้ในอดีตหรือไม่ เป็นสิ่งที่น่าติดตามจริงๆ

สัญญาณเตือน เมื่อถึงเวลาที่ควรตัดแว่น คุณจะรู้ได้อย่างไร ว่ามีความผิดปกติทางสายตา ที่ทำให้การมองเห็นที่ไม่ชัดเจน หลายคนอาจไม่รู้ตัว ว่ากำลังมีความผิดปกตินี้เกิดขึ้น แล้วอาการ หรือพฤติกรรมอะไรบ้างล่ะ ที่ส่งสัญญาณเตือน ว่าถึงเวลาแล้ว ที่ควรจะต้องตัดแว่น

บทความที่น่าสนใจ : 8 กีฬาเอ็กซ์ตรีมบนพื้นดิน ที่มันส์สุดๆ

Copyright © All rights reserved.