พฤหัส. พ.ย. 26th, 2020

กีฬาเบสบอล

1 min read

เพื่อนๆอาจจะเคยเห็น กีฬาเบสบอล ในหนังอริเมริกาหรือในการ์ตูนญี่ปุ่นอยู่บ่อยๆแต่ในประเทศไทยนั้นไม่เป็นที่นิยมนัก เนื่องจาก กีฬาเบสบอล เป็นกีฬาที่หาดูได้ยากในประเทศไทย กีฬาเบสบอลจึงยังไม่เป็นที่นิยมของคนไทยมากเท่าที่ควร คนที่ดูเบสบอลก็เป็นแค่กลุ่มเล็กๆ ถ้าไม่นับนักกีฬาเองแล้วก็ถือว่าน้อยมาก

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกีฬาเบสบอลเป็นกีฬาที่ต้องมีอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นไม้ตีลูก(bat) ถุงมือรับลูก (ball glove) หมวกกันน็อค(helmet) หน้ากาก(mask) สนามที่ใช้แข่งขันก็หาได้ยาก เพราะใช้พื้นที่เยอะ ไม่รวมถึงอุปกรณ์เพิ่มเติมอื่นๆที่ใส่ไว้เพื่อเพิ่มสมรรถนะ หรือเพิ่มความเท่อย่างเช่น ถุงมือตีลูก(batting glove)ใส่เพื่อให้จับไม้กระชับขึ้น รองเท้าปุ่มยาง(spike) รองเท้าปุ่มแผ่นเหล็ก(cleat)

รวมไปถึงอุปกรณ์อื่นๆของอื่นๆอีกเช่น สนับกันลูกโดนข้อศอก ข้อเท้า ห่วงเหล็กถ่วงไม้(ring weight)แว่นตากันแดด รัดข้อมือ รัดข้อศอก รัดหัวไหล่ สร้อยประจุ เหรียญพลังสเคล่า คัฟเวอร์กันหัวรองเท้าขาดจากท่าขว้าง และอีกมากมายเท่าที่จะสรรหามาใส่ได้ภายใต้กฏที่จะอำนวย ของเหล่านี้มีราคาสูงเพราะต้องสั่งเข้ามา หากจะหาในประเทศถือว่าหายาก และมาตรฐานต่ำ ใช้ประเดี๋ยวเดียวก็พัง สู้เก็บตังค์ซื้อของดี ราคาถูกจากต่างประเทศดีกว่า

ประวัติ

ประวัติกีฬาเบสบอล พ.ศ. 2430 กีฬาเบสบอลในร่ม (Indoor Baseball) ถือกำเนิดที่เมืองชิคาโก สหรัฐอเมริกา พ.ศ. 2535 ก่อตั้งสมาคมเบสบอลสมัครเล่นแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 23 มกราคม

อย่างไรก็ตามการเล่นกีฬาทุกประเภทเองก็ต้องมีกฎกติกาที่ได้ตั้งเอาไว้เพื่อ ให้เกมการแข่งขันดำเนินไปอย่างถูกต้อง เหมาะสม ซึ่งกติกาเบสบอลแม้ว่าจะมีรายละเอียดจุกจิกค่อนข้างเยอะแต่จะขออธิบายคร่าวๆ ให้พอเข้าใจ

การเล่น แบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายคือ ฝ่ายรุก และฝ่ายรับ และขณะที่ทำการแข่งขัน  ใน 1 ทีม  จะมีผู้เล่นทีมละ  9 คน

ฝ่ายรุก

ฝ่ายรุกจะขึ้นมาตีลูกทีละคน เรียกว่า แบตเตอร์ (คนตีลูก) ซึ่งจะต้องกำหนดลำดับแบตเตอร์ไว้ล่วงหน้า โดยไม่สามารถเปลี่ยนลำดับได้
แต่สามารถเปลี่ยนผู้เล่นสำรองเข้ามาตีแทนได้ รวมทั้งผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนออกไปแล้วไม่สามารถกลับเข้ามาเล่นใหม่ได้อีกแบตเตอร์จะพยายามตีให้ได้ hit คือตีแล้วลูกยังอยู่ในเขตพื้นที่เล่น และสามารถวิ่งไปถึงอย่างน้อยเบสที่ 1 โดยปลอดภัย 

ถ้าแบตเตอร์ตีไม่โดนลูกและผู้ตัดสินขานว่า Stike ครบ3ครั้ง ผู้ตีจะต้องออกจากสนาม(ซึ่งเรียกว่า Stike Out) ฝ่ายรุกจะต้องเปลี่ยนผู้ตี หรือถ้าฝ่ายรุกตีลูกไปแล้วฝ่ายรับสามารถรับลูกได้โดยที่ลูกบอลไม่ตกพื้นเรียกว่า Fly Ball ผู้ตีก็ต้องออกจากสนาม(เรียกว่า Fly Out) ซึ่งฝ่ายรุกก็ต้องเปลี่ยนผู้ตี และถ้าหากฝ่ายรุกที่เป็นผู้ตีออกจากสนาม(out) ครบ 3 คน ถือว่าจบบทบาทของการเป็นฝ่ายรุก ต้องเปลี่ยนมาเล่นเป็นฝ่ายรับทันที

การที่แบตเตอร์หวดลูกลอยออกนอกสนามในเขตพื้นที่เล่น(อยู่ในระหว่างสองเส้นซ้ายขวา) ทำให้ฝ่ายรับไม่สามารถรับบอลได้
ฝ่ายรุกจึงวิ่งวนจนกลับมาที่โฮมได้ เรียกว่าโฮมรัน(Home run)

ฝ่ายรับ

มีหน้าที่ยับยั้งการทำคะแนนของฝ่ายรุก   ซึ่งมีผู้เล่นอยู่ในสนามทั้ง 9 คน  9 ตำแหน่ง

  1. พิทเชอร์  (pitcher)
  2. แคชเชอร์ (catcher)
  3. เฟิร์สเบส (First baseman)
  4. เซคันด์เบส (Second baseman)
  5. เธิร์ดเบส  (Third baseman)
  6. ชอร์ทสตอป  ( Short Stop )
  7. เลฟฟิลด์  ( Left Out Fielder )
  8. เซนเตอร์ฟิลด์  ( Center Out Fielder )
  9. ไรท์ฟิลด์  ( Right Out Fielder )

พิชเชอร์ ทำหน้าที่ขว้างลูกให้แคชเชอร์รับ โดยด้านหน้าของแคชเชอร์จะมีแบตเตอร์ของฝ่ายรุกอยู่ จึงต้องพยายามขว้างไม่ให้แบตเตอร์ตีได้
ถ้าพิชเชอร์ขว้างไม่เข้า Strike Zone (พื้นที่เหนือ Home Plate สูงประมาณลิ้นปี่ และต่ำประมาณหัวเข่าของแบตเตอร์) เป็นจำนวน 4 ครั้ง ฝ่ายรุกซึ่ง
ได้แก่แบตเตอร์จะได้เดินไป  1 เบส และถ้าพิชเชอร์ขว้างบอลพลาดไปโดนตัวแบตเตอร์(เรียกว่าเดธบอล) ผู้ตีก็จะได้เดินไป 1 เบส

ความสนุกของกีฬาเบสบอล

คือ การชิงไหวชิงพริบกันระหว่างฝ่ายรุก และรับ เนื่องจากผู้ขว้างลูกของฝ่ายรับ หรือ “พิทเชอร์” สามารถขว้างออกนอกสไตรค์โซน หรือบริเวณตั้งแต่หน้าอกลงมาถึงหัวเข่าของผู้ตีได้ถึง 3 ครั้ง เพื่อหลอกล่อให้แบตเตอร์สวิงไม้ตีลูกได้ยากขึ้น ซึ่งหากแบตเตอร์หลงกลสวิงไม้ออกมา แต่ไม่โดน แบตเตอร์ผู้นั้นก็จะเสีย 1 สไตรค์ไปทันที

อย่างไรก็ตาม หากแบตเตอร์ไม่หลงกล และพิทเชอร์ปาลูกออกนอกสไตรค์โซนครบ 4 ครั้ง แบตเตอร์ และผู้เล่นทีมรุกในสนาม ก็จะได้เดินไปข้างหน้า 1 เบสโดยอัตโนมัติเช่นกัน

Baseball on the field

ติดตามข่าวกีฬา ได้ที่ sport-snap

สนับสนุนโดย PG SLOT

Copyright © All rights reserved.