พฤหัส. พ.ย. 26th, 2020

กีฬากอล์ฟ

1 min read

ประวัติกีฬากอล์ฟ

มีการกล่าวถึง กีฬากอล์ฟ ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 1840 เป็นครั้งแรกในเนเธอร์แลนด์ในเมืองที่ชื่อว่า Loenen aan de Vech โดยชาวดัตช์เล่นเกมด้วยไม้และลูกบอลหนัง โดยผู้ที่ตีลูกบอลลงในเป้าหมายที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตรด้วยจำนวนครั้งการตีน้อยที่สุด เป็นผู้ชนะ

ชาวสกอตแลนด์ถือว่ากีฬากอล์ฟเป็นการคิดค้นของสกอตแลนด์ โดยเชื่อว่ามีการกล่าวถึงในกฎหมายสองฉบับในพุทธศตวรรษที่ 20 ซึ่งมีการห้ามเล่นกีฬาที่เรียกว่า “gowf” อย่างไรก็ตาม นักวิชาการเชื่อว่าเป็นการกล่าวถึงกีฬาซึ่งมีลักษณะเป็นกีฬาประเภททีมบนสนาม ใกล้เคียงกับฮอกกี้มากกว่า โดยกล่าวว่ากีฬาที่ใช้ไม้กอล์ฟตีลูกบอลให้ลงหลุมนั้นมีการเล่นในพุทธศตวรรษที่ 22 ในเนเธอร์แลนด์มากกว่าสกอตแลนด์

สนามกอล์ฟที่เก่าที่สุดที่มีการเล่นอย่างต่อเนื่องคือสนามกอล์ฟใน Musselburgh ในสกอตแลนด์ โดยมีหลักฐานว่ามีการเล่นกีฬากอล์ฟที่สนามแห่งนี้ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2215 แม้ว่าจะมีการกล่าวกันว่าสมเด็จพระราชินีแมรีแห่งสกอตแลนด์ทรงเล่นกอล์ฟที่สนามแห่งนี้ในปีพ.ศ. 2110

ในอดีต สนามกอล์ฟไม่ได้มีสิบแปดหลุมเสมอไป สนามกอล์ฟเซนต์แอนดรูว์ส ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่แคบๆตามแนวชายฝั่งทะเล ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 20 นักกอล์ฟที่เซนต์แอนดรูว์สได้เล่นกอล์ฟบนพื้นที่มีสภาพเป็นลูกคลื่น และมีหลุมซึ่งที่ตั้งถูกบีบบังคับโดยสภาพพื้นที่ สนามกอล์ฟที่เกิดขึ้นนี้มีสิบเอ็ดหลุม โดยเริ่มจากคลับเฮาส์ไปจนสุดอีกฝั่งหนึ่งของพื้นที่ เมื่อเล่นออกไปจนสุดแล้ว นักกอล์ฟก็จะหันกลับและเล่นกลับเข้ามา รวมเป็นทั้งหมดยี่สิบสองหลุม ในปีพ.ศ. 2307 คนเริ่มรู้สึกว่าหลุมหลายหลุมมีระยะสั้นไป จึงนำหลุมบางหลุมมารวมกัน ลดจากสิบเอ็ดเหลือเพียงเก้าหลุม และรวมกันแล้วเป็นสิบแปดหลุม

  ล่าสุดในเดือนมกราคม พ.ศ. 2549 มีหลักฐานใหม่เกี่ยวกับต้นกำเนิดของกอล์ฟ ค้นพบโดยศาสตราจารย์ Ling Hongling จากมหาวิทยาลัยหลานโจ่ว ซึ่งชวนให้เชื่อได้ว่า มีกีฬาซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับกอล์ฟในปัจจุบันในประเทศจีน ตั้งแต่ห้าร้อยปีก่อนการกล่าวถึงกอล์ฟในสกอตแลนด์ บันทึกจากสมัยราชวงศ์ซ่ง มีการกล่าวถึงเกมส์ฉุยหวาน และมีภาพวาดด้วย เกมนี้มีการใช้ไม้สิบชนิด ซึ่งรวมถึงไม้ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับไดรเวอร์ หัวไม้สอง และหัวไม้สามด้วย ไม้ต่างๆมีการประดับด้วยหยกและทอง ทำให้เชื่อว่าเป็นกีฬาสำหรับผู้มีฐานะร่ำรวย ศาสตราจารย์หลิงเชื่อว่ากีฬากอล์ฟถูกนำเข้าสู่ยุโรป และต่อมาสกอต์แลนด์โดยนักเดินทางชาวมองโกลในช่วงปลายยุคกลาง ซึ่งก็เป็นหลักฐานอีกชิ้นหนึ่งที่น่าสนใจมาก

แต่ที่สก็อตแลนด์ถูกกล่าวถึงว่าเป็นต้นกำเนิดของกีฬากอล์ฟ ก็เพราะคนสก็อตแลนด์นิยมเล่นกอล์ฟกันมากเล่นกันมานานและมีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจน เช่น

 ในปี ค.ศ.1457 โดยกษัตริย์เจมส์ที่ 2 ได้มีกฏหมายออกมาว่าห้ามมิให้ผู้ใดเล่นกีฬากอล์ฟอีกต่อไป อันเนื่องมาจากชาวสก็อตแลนด์เฝ้าแต่เล่นกอล์ฟกันจนไม่มีเวลาทำการซ้อมรบ ซึ่งจะเป็นอันตรายกับประเทศชาติ แต่ในที่สุดกฏหมายนี้ก็ต้องยกเลิกไป เพราะพวกขุนนางหรือแม้แต่พระมหากษัตริย์ก็ยังแอบเล่นกีฬากอล์ฟกันอยู่ ในสมัยของกษัตริย์เจมส์ที่ 4 หรือประมาณ 50 ปี หลังจากออกกฎหมายการห้ามเล่นกีฬากอล์ฟ

วิธีการเล่นกอล์ฟเบื้องต้น

รูปแบบการเล่นกอล์ฟพื้นฐานมีสองแบบคือ สโตรคเพลย์และแมตช์เพลย์ สโตรคเพลย์ เป็นระบบที่ใช้ในการแข่งขันส่วนใหญ่ ในระบบนี้ ผู้เล่นแต่ละคน (หรือแต่ละทีม) จะนับคะแนนการตีของทุกหลุมเมื่อรวมเป็นคะแนนสรุป และฝ่ายที่มีจำนวนครั้งน้อยที่สุดในรอบที่กำหนดเป็นผู้ชนะเป็นผู้ชนะ ในการเล่นแบบแมตช์เพลย์ ผู้เล่นสองคน (หรือสองทีม) จะแข่งกันในแต่ละหลุม ฝ่ายที่ใช้สโตรคน้อยกว่าในแต่ละหลุม จะชนะหลุมนั้น หรือถ้าใช้สโตรคเท่ากัน จะนับเป็นหลุมเสมอกัน ฝ่ายที่ชนะจำนวนหลุมมากกว่า

  เป็นผู้ชนะการเล่นประเภททีมมีการเล่นประเภททีมสองแบบ ที่ได้รับการบรรจุอยู่ในกฎกีฬากอล์ฟอย่างเป็นทางการ ได้แก่การเล่นแบบโฟร์ซัม และโฟร์บอลโฟร์ซัม เป็นการแข่งระหว่างสองทีมที่มีผู้เล่นฝ่ายละสองคน โดยแต่ละทีมจะใช้ลูกกอล์ฟเพียงลูกเดียว และผู้เล่นต้องสลับกันตี เช่น หากทีมประกอบด้วยผู้เล่น ก. และผู้เล่น ข. หากผู้เล่น ก. ตีช็อตแรก ผู้เล่น ข. จะตีช็อตที่สอง สลับกันไปเรื่อยๆจนจบหลุม ในหลุมถัดไป ผู้เล่น ข.จะเป็นฝ่ายเริ่มช็อตแรก

สนาม

สนามกอล์ฟประกอบด้วยจำนวนหลุม 18 หลุม การเล่นหนึ่งหลุมนับตั้งแต่ตีลูกจากเขตตั้งทีของหลุมนั้นต่อเนื่องไปจนกระทั่งลูกลงหลุมเรียกได้ว่าเล่นจบไปแล้วหนึ่งหลุม ในแต่ละหลุมจะมีความยากง่ายแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับผู้ออกแบบมาให้เล่น

นอกจากนั้นยังมีส่วนประกอบอื่นๆ มากมาย เช่นระยะความยาวและความสั้นของแต่ลหลุม อุปสรรคน้ำ บ่อบังเกอร์ทราย เป็นต้น เพื่อที่จะทำให้การเล่นท้าทายขึ้น สำหรับสนามมาตรฐานจะมีจำนวนหลุม 18 หลุมหรือมากกว่านั้น อาจจะมีจำนวนถึง 36 หลุม (เท่ากับ 4 รอบๆ ละ 9 หลุม) โดยใช้จำนวน 9 หลุมของแต่ละรอบมารวมกันให้ครบในการแข่งขันต่อรอบที่กำหนดเท่ากับ 18 หลุม

การเล่นและการแข่งขัน

การแข่งขันทั่วๆ ไปสำหรับนักกอล์ฟสมัครเล่นจะทำการแข่งขันตามรอบที่กำหนด 18 หลุม ให้เสร็จสิ้นภายใน 1 วัน แต่การแข่งขันระดับนักกอล์ฟอาชีพหรือแข่งขันชิงแชมป์รายการสำคัญ จะแข่งกันในบางรายการ 3 วันๆ ละ 18 หลุมรวม 54 หลุม บางรายการแข่งขัน 4 วันๆ ละ 18 หลุมรวม 72 หลุม ขึ้นอยู่กับรอบที่กำหนดโดยคณะกรรมการจัดการแข่งขัน

แนะนำการดูกอล์ฟ

กีฬากอล์ฟเป็นกีฬาสากลที่ทั่วโลกนิยม เล่นกันอย่างแพร่หลายรวมถึงประเทศไทยซึ่งในปัจจุบันได้มีสนามกอล์ฟที่สวยงาม และมีมาตรฐานเกิดขึ้นหลายแห่ง อีกทั้งยังได้มีผู้ที่ได้ให้ความสนใจ และหันมาเล่นกอล์ฟเพิ่มขึ้นทั่วประเทศเป็นจำนวนมาก เช่นเดียวกันกับในประเทศอื่นๆ กอล์ฟเป็นกีฬาที่เล่นในยามว่างเป็นกีฬาที่ยืนด้านข้างแล้วใช้ไม้กอล์ฟตีลูก จากเขตตั้งทีต่อเนื่องกันไปจนกระทั่งลูกลงหลุม และจะต้องใช้เวลาเผื่อไว้ในการเล่นซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาตั้งแต่ 3-4 ชั่วโมงต่อการเล่นรอบตำนวน 18 หลุม หรืออาจจะใช้เวลาน้อยกว่านั้น หากต้องการโดยลดจำนวนหลุมที่เล่นลงไปเหลือ 9 หลุม

แนะนำอุปกรณ์กอล์ฟ

การนำอุปกรณ์ใดๆ เช่น ไม้กอล์ฟ และลูกกอล์ฟเข้าไปเล่น จะต้องเป็นตามกฎข้อบังคับที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนในหนังสือกฎข้อบังคับและ มารยาท จำนวนไม้กอล์ฟที่นำมาใช้เล่นโดยไม่จำกัดว่าจะเป็นไม้หรือเหล็กเบอร์ใด จะต้องมีจำนวนไม่เกิน 14 อัน ไม้หรือเหล็กแต่ละเบอร์ใช้ตีตามระยะที่ต้องการแตกต่างกันไป

ไม้กอล์ฟที่ใช้เล่นส่วนใหญ่มีหัวไม้ (ปัจจุบันได้ผลิตออกมาหัวโลหะ) เบอร์ 1, 3, 4, 5 และ 7 เป็นต้น

การใช้อุปกรณ์เหล่านี้ จะมีกำหนดให้ไว้ตามระยะ หรือตามความใกล้ไกลของการตีลูก เช่น

    หัวไม้ 1 ตีได้ไกลที่สุด
    หัวไม้ 3 และ 5 ตีได้ลดหลั่นลงมา
    เหล็ก 3 ตีได้ระยะ 170 หลา
    เหล็ก 4 ตีได้ระยะ 160 หลา
    เหล็ก 5 ตีได้ระยะ 150 หลา
    เหล็ก 6 ตีได้ระยะ 140 หลา
    เหล็ก 7 ตีได้ระยะ 130 หลา
    เหล็ก 8 ตีได้ระยะ 120 หลา
    เหล็ก 9 ตีได้ระยะ 110 หลา
    เหล็ก 8 พิชชิ่งเว็ดจ์ ตีได้ระยะ 100 หลา
    เหล็ก S แซนด์เว็ดจ์ ใช้ตีจากบ่อทราย ระยะไม่เกิน 80 หลา

การตัดสินแพ้ชนะตามหลุม

กรณีนี้จะนับแต้มแยกเป็นหลุม ผู้ที่ตีลูกกอล์ฟให้เข้าหลุมโดยใช้จำนวนครั้งที่น้อยกว่าจะเป็นผู้ชนะและได้รับ 1 แต้ม เมื่อแข่งขันจนครบทุกหลุมแล้ว คนที่มีแต้มมากว่าจะเป็นผู้ชนะไป การตัดสินลักษณะนี้ยังสามารถจบการแข่งขันได้โดยไม่จำเป็นต้องตีกอล์ฟให้ครบทุกหลุม เช่น แข่งขัน 18 หลุม นักกีฬา A ชนะติดต่อกัน 10 หลุม จะเห็นว่าเหลืออีก 8 หลุมเท่านั้น ถึงแม้คู่ต่อสู้จะชนะอีก 8 หลุมที่เหลือก็ไม่สามารถชนะนักกีฬา A ที่มี 10 แต้มได้

การตัดสินตามระดับความสามารถของผู้แข่งขัน

การตัดสินผลแพ้ชนะลักษณะนี้จะถูกใช้ก็ต่อเมื่อผู้แข่งขันมีฝีมือต่างกัน เช่น นักกีฬา A เป็นนักกอล์ฟฝีมือดี ในการตีกอล์ฟ 18 หลุมจะมีสโตรครวม 70 แต้ม ส่วนนักกีฬา B เป็นนักกอล์ฟมือใหม่ ในการตีกอล์ฟ 18 หลุมจะมีสโตรครวม 80 แต้ม จะเห็นว่านักกีฬาสองคนนี้มีระดับฝีมือที่ต่างกัน เมื่อนักกีฬา A แข่งขันกับ นักกีฬา B พบว่ามีสโตรครวม 68 และ 74 ตามลำดับ จะเห็นว่านักกีฬา A มีแต้มน้อยกว่าปกติ 2 แต้ม ส่วนนักกีฬา B มีแต้มน้อยกว่าปกติ 6 แต้ม กรณีนี้ นักกีฬา B จะเป็นผู้ชนะ เนื่องจากแต้มที่ได้ลดลงจากปกติ ถึง 6 แต้ม ซึ่งมากกว่านักกีฬา A ที่ลดลงเพียง 2 แต้ม

ก็จบไปแล้วนะครับสำหรับข้อมูลความรู้เบื้อต้นเกี่ยวกับ กีฬากอล์ฟ ใครที่สนใจในการเล่นกีฬาติดตามข่าวสารความรู้อื่นๆได้ที่ sport-snap

Copyright © All rights reserved.